วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง


                  เนื่องจากจังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำขังตลอดปีเรียกว่า ดินพรุ ซึ่งมีอยู่ในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียงถึงประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ดินพรุมีคุณภาพต่ำ แม้ระบายน้ำออกแล้ว ก็เพาะปลูกไม่ได้ผล เพราะดินมีสารประกอบไพไรท์ ทำให้เกิดกรดกำมะถัน เมื่อดินแห้งทำให้ดินเปรี้ยวจัดเป็นอันตรายต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อราษฎรประกอบอาชีพเกษตรกรรมไม่ได้ผล พื้นที่ดินจำนวนมากจึงถูกทิ้งให้รกร้างเปล่าประโยชน์
                  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ขึ้น เมื่อพุทธศักราช 2524 โครงการตั้งอยู่ระหว่างบ้านพิกุลทอง บ้านโคกสยา ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ห่างจากตัวเมืองไป 8 กิโลเมตร                                                                                                     
               ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นศูนย์รวมกำลังของเจ้าหน้าที่ด้านเกษตร สังคม และการส่งเสริมการศึกษามารวมอยู่ด้วยกัน เพื่อให้ความรู้ และช่วยอนุเคราะห์ด้านวิชาการแก่ประชาชน ในการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเอง
                          ศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งนี้ มีเป้าหมายสำคัญด้านการวิจัยเพื่อปรับปรุงดินพรุ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด และมีการศึกษาทดลองเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดครอบครัวแบบครบวงจร ในเรื่องยางพาราและปาล์มน้ำมัน อันเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ด้วย
                       การดำเนินงานของโครงการเป็นไปในลักษณะผสมผสาน มีหน่วยงานที่เข้าร่วมสนองพระราชดำริเป็นจำนวนมาก เช่น กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร กรมป่าไม้ กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมพัฒนาชุมชน สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ฯลฯ


ตื่นตาไปกับ"งานของดีเมืองนรา"

สืบสานตำนานชาวนรา ผ่านงาน “ของดี เมืองนรา”



                                 เมืองนราธิวาส ช่วงระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถจะเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับยังพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาสเพื่อทรงประกอบพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ อันเป็นที่ชื่นชมโสมนัสของบรรดาพสกนิกรเป็นอย่างยิ่งและด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นนี่เองคณะข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จึงได้พร้อมใจกันจัดให้มีการแข่งขันเรือกอและหน้าพระที่นั่งปากน้ำบางนรา จังหวัดนราธิวาส  และจัดงานของดีเมืองนราขึ้นแต่ในปัจจุบันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงมีพระชนม์มายุมากแล้วจึงไม่ได้เสด็จมาประทับที่จังหวัดนราธิวาสเป็นเวลานานแล้ว แต่งานสำคัญนี้ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน

          ครอบครัวของฉันคงเหมือนครอบครัวอื่นๆ ที่รอคอยและไม่พลาดที่จะไปงานนี้ เพราะงานของดีเมืองนรานี้เป็นงานที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของพี่น้องทุกอำเภอของจังหวัดจะมามารวมตัวกัน ได้เห็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ต่างๆในจังหวัดนราธิวาส จากรถแห่ประจำอำเภอได้เห็นถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่และได้ความรู้อีกมากมายในการที่ได้มาเที่ยวในงานนี้ แล้วฉันจะเล่าให้ฟังว่างานนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
                  ลำดับแรกเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในงาน มีเสียงเพลงที่สนุก
สนานดังมาแต่ไกล และนั่นก็คือเสียงที่มาจากการแสดงต่างๆ ที่แสดง
ถึงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ แสดงถึงการประกอบอาชีพ เช่น การแสดง
ลิเกฮูลู มโนรา ระบำบาติก และระบำกรีดยาง เป็นต้น
                 เมื่อชมการแสดงต่างๆเสร็จแล้วก็ต้องไปชม การจัดขบวนแห่ประเพณีของดีเมืองนราธิวาส การจัดขบวนแห่เรือในท้องน้ำ การจัดประกวดนกเขาชวา และการแข่งขันเรือกอและ                
                  ชมงานกับเสร็จแล้ว ก็ต้องไปชิมกันต่อเลย ไม่ว่าจะเดินกันเหนื่อยแค่ไหน จะร้อนหรือไม่ ก็ไม่ต้องเดือดค่ะ เพราะงานนี้รู้ใจ มีอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ วางขายให้เราได้ซื้อกันตลอดทาง เช่น น้ำผลไม้ต่างๆ ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมท้องถิ่นที่หาทานยากๆ เป็นต้น
                   เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็อยากจะกลับบ้าน และก่อนจะกลับก็คงจะต้องมีของฝากติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านกันด้วย(เพราะเดี๋ยวจะน้อยใจ) และของฝากที่พลาดไม่ได้ก็ต้องเป็น ลองกองหอมหวาน ที่ขึ้นชื่อสุดๆ คือลอกกองซิโปจากตันหยงมัส  ผ้าบาติกและผลิตภัณฑ์บาติก จากอ่าวมะนาว และปิดท้ายด้วย ผลิตภัณฑ์กระจูดสวยๆ จาก ต.โคกเคียนค่ะ



เรื่องราวในงานนี้ฉันนำมาเล่าพอสังเขปเท่านั้น อยากเชิญชวนทุกท่่าน ให้มาชมด้วยตนเอง แล้วท่านจะได้มากกว่าที่เห็นในภาพ
ที่มา : http://www.ku.ac.th/

เที่ยวชมทะเลอ่าวมะนาวและผ้าบาติก


                                                         ทะเลอ่าวมะนาวและผ้าบาติก



      การได้ออกไปท่องเที่ยว ก็เหมือนได้เติมกำไรให้ชีวิต หากท่องเที่ยวให้สุขใจ ขอแนะนำ อ่าวมะนาว

 อุทยานแห่งชาติ อ่าวมะนาว เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญของ
จังหวัดนราธิวาส ทางกรมป่าไม้ได้ ขึ้นทะเบียนให้เป็น 

วนอุทยานอ่าวมะนาว เมื่อวันที่ 21 เดือนเมษายน พุทธศักราช 


2536 กับเนื้อที่ประมาณ 720 ไร่ และต่อมาทางกรมป่าไม้ ได้


ส่งมอบ ให้อุทยานแห่งชาติทางทะเล ทำการสำรวจ พื้นที่


บริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติม พบว่าสภาพพื้นที่ ตามธรรมชาติมี


ความอุดมสมบูรณ์ ทั้งทางบกและทางน้ำ จึงได้มีการเปลี่ยน


ชื่อใหม่เป็น “อุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว - เขาตันหยง”

ในเขตอ่าวมะนาว มีหัตถกรรมบาติกด้วย
         ผ้าบาติกหรือผ้าปาเต๊ะ เป็นคำที่ใช้เรียกผ้าชนิดหนึ่ง ที่มีวิธีการทำโดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีและใช้วิธีการแต้ม ระบาย หรือย้อมในส่วนที่ต้องการให้ติดสี ผ้าบาติกบางชิ้นอาจจะผ่านขั้นตอนการปิดเทียน แต้มสี ระบายสีและย้อมสีนับเป็นสิบ ๆ ครั้ง ส่วนผ้าบาติกอย่างง่ายอาจทำโดยการเขียนเทียนหรือพิมพ์เทียนแล้วจึงนำไปย้อมสีที่ต้องการ

             ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามและอุดหนุนสินค้าพื้นเมือง ท่องเที่ยวเมืองไทย เงินไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ








เที่ยวน้ำตก ฉัตรวาริน


           ฉัตรวาริน

             รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินเสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง เสียงใบไม้พูดคุยกัน สถานที่แห่งนั้นคือ    น้ำตกฉัตรวาริน 
            ในป่า ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโด -สุไหงปาดี มีน้ำตกที่สวยงาม มีความร่มรื่นอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาพรรณ นำตกแห่งนี้ มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า ...  ในตอนค่ำๆชาวบ้านจะได้ยินเสียงดนตรีมาจากน้ำตกแห่งนี้ มีคนพากันขึ้นไปดู  ?? !! แต่แล้วก็ไม่เจออะไร กระทั่งผู้เฒ่าคนหนึ่ง มีชื่อว่า "โต๊ะเด็ง" ได้แอบขึ้นมาดูเลยเห็น ผู้หญิง 2 คน กำลังร่ายรำทำนองมะโย่ง โดยมีร่มขนาดใหญ่หรือฉัตรกางอยู่ ชาวบ้านเลยตั้งชื่อเป็นภาษาท้องถิ่นว่า "ไอปายง"  !!! ต่อมา สถานที่น้ำตกแห่งนี้ ได้มีการปรับปรุงและจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว  แล้วตั้งชื่อเป็นทางการว่า "น้ำตกฉัตรวาริน" 
             สาเหตุที่ฉันได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ ..  เดิมแล้ว แม่ดิฉันเป็นคน โต๊ะเด็ง  ...มาแต่งงานกับพ่อที่ในเมืองนราธิวาส ดิฉันเลยมีโอกาสที่ได้กลับไปท่องเที่ยวที่ และถึงแม้บ้านคุณแม่ จะอยู่ใกล้น้ำตกดิฉันก็ ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวน้ำตกบ่อยนัก เพราะเส้นทางต้องลุยพอสมควร บางช่วงต้องขึ้นเขา  แต่ก็ไม่สูงนัก คิดแล้วถ้าได้ไป ก็คุ้มกับการขึ้นเขา  เ้พราะน้ำตกในภูเขานั้น เย็น สดชื่น รื่นรมย์  น่าเล่น !! และดิฉันก็อดไม่ไหว ต้องลงเล่นตามคำขอของเพือ่นร่วมทาง  !!  
             ชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง ในตำบลโต๊ะเด็ง คือสถานีรถไฟโต๊ะเด็ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านโต๊ะเด็ง , สถานีอนามัยโต๊ะเด็ง , โรงเรียนบ้านโต๊ะเด็ง ถ้ามีโอกาสมาเล่นน้ำกันนะ

วันเสาร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2557

ใบไม้สีทองของเมืองนรา

ใบไม้สีทองของเมืองนรา



            ในจังหวัดนราธิวาสมีใบไม้ที่มีราคาแพงซึ่งถ้าใครมาเที่ยวที่จังหวัดนราธิวาสก็ไม่พลาดที่จะซื้อกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึก ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกว่า ใบไม้สีทอง
           ใบไม้สีทองเป็นไม้เลื้อย มีลำต้นเป็นเถาขนาดใหญ่ เติบโตโดยการเกาะเลื้อยพันขึ้นไปผลิใยคลุมเรือนยอดของต้นไม้ใหญ่ในป่า สูงถึง 30 เมตร ใบรูปหัวใจ ปลายใบรูปหัวใจกลับ กว้าง 10 ซม.ยาว 18 ซม. ผิวใบมีขน ละเอียดคล้าย กำมะหยี่สีทองหรือสีเหลืองเคลือบสีเงินปกคลุม ใบมีสองชนิด คือกลุ่มใบสีเขียวทำหน้าที่สังเคราะห์แสงและกลุ่มใบสีทองซึ่งบริเวณปลายกิ่งขณะยังเป็นใบอ่อนมีสีม่วงแล้วค่อยๆเปลี่ยนเมื่อใบแก่ขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งใบแก่เต็มที่จะเป็นสีคล้ายสีทองแดงระยะสุดท้ายจะเปลี่ยนเป็นสีเงินแล้วจะทิ้งใบ ระยะที่จะเห็นใบเป็นสีทองชัดเจนในช่วงเดือน มิถุนายน -กรกฎาคม ของทุกปี ต้นที่ปรากฏใบสีทองต้องมีอายุมากกว่า 5 ปี ดอกสีขาวเกิดเป็นช่ออยู่บริเวณปลายกิ่ง ลักษณะคล้าย ดอกเสี้ยว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ช่อหนึ่งๆ มี ตั้งแต่ 10 ดอกขึ้นไปมีกลิ่นหอม ออกดอกประมาณเดือน ตุลาคม - กุมภาพันธ์ ผลเป็นฝักแบบคล้ายฝักดาบ ยาว 23 ซม. กว้าง 6 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดงคล้ายกำมะหยี่ปกคลุม หนึ่งฝักมี ประมาณ 4-6          ชาวบ้านได้แปรรูปนำมาใส่กรอบเป็นสิ้นค้า   O TOP                                                                                                                                                     
           สถานที่ที่มีความนิยมจากร้านค้า ในการไปเก็บใบไม้สีทอง คือที่น้ำตกบาโจ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  เพื่อนๆที่จะมาเที่ยวจังหวัดนราธิวาสก็อย่าลืมซึ้อไปฝากเพื่อนพ่อแม่พี่น้องและคนอื่นด้วยนะครับ                                                     


                                                                                                           www. wikipedia.org

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

"มัสยิด 300 ปี สถานที่ท่องเที่ยวชาวมุสลิม"

"มัสยิด วาดิลฮูเซ็น"


มัสยิด วาดิลฮุเซ็น 

หากกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงสถานที่ ที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา
ขอแนะนำสถานที่ ที่แห่งหนึ่งที่มีอายุมานานแสนนาน ถึง 3 ชั่วอายุคน! คือ... มัสยิดวาดิลฮูเซ็น หรือที่รู้จักกันในนามว่า..มัสยิด 300 ปี!!
               มัสยิดแห่งนี้สร้าง แบบศิลปไทยพื้นเมืองประยุกต์กับศิลปแบบจีนและศิลปแบบมลายู ก่อสร้างจากไม้ตะเคียนทั้งหลัง ส่วนที่เด่นที่สุดของ มัสยิดนี้จะอยู่ที่หลังคาอาคารหลังแรกส่วนที่เป็นมิหรอบ หลังคามี 3 ชั้น มุงด้วยกระเบี้องดินเผา หลังคาชั้นที่ 3 มีโดมเป็นเก๋งจีนอยู่บนหลังคา เป็นศิลปแบบจีนแท้ เสาจะแกะสลักเป็นรูปดอกพิกุลในสมัยนั้นเก๋งจีนจะใช้ เป็นหออะซาน(สำหรับตะโกนเรียกคนมาละหมาด) ส่วนหลังที่ 2 จะมีหลังคา 2 ชั้นมุงด้วยกระเบื้องดินเผา หลังคาชั้นที่ 2 จะมีจั่วอยู่บนหลังคาชั้นแรกมีฐานดอกพิกุลหงายรองรับจั่วหลังคาอีกชั้นหนึ่ง มีรูปแบบทรงไทย แบบหลังคา โบสถ์วัดทั่ว ๆ ไปรอบ ๆฐานดอกพิกุลหงายจะแกะสลักเป็นลายเถาว์ก้านมุมหลังคาด้านบนของอาคารทั้ง 2 หลัง ใช้ปูนปั้นเป็นลายกนก ลายเถาว์ก้าน
                 มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่ ประกอบศาสนกิจของชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามมาหลายชั่วอายุคนซึ่งนับว่ามีความสำคัญต่อชุมชนมาก
                 มัสยิดวาดิลฮุเซ็น หรือ มัสยิด 300 ปี นอกจากจะเปิดเป็นที่ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาของชาวมุสลิมแล้ว ยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่มีความสำคัญ รวมถึงทุกๆศาสนาก็สามารถที่จะเข้าชมสถานที่ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 3 ชั่วอายุคน



 ที่มา : http://www.cicot.or.th/2011/main/mosque.

มีโม้! รายงานตัวจ้าาา^^"


 Hi :) Web Blogู



 แฮ่มๆ!! มีโม้ รายงานตัวค๊าาา^^" ชาว Blog ทู๊กคนฮ่ะ

- สวัสดีจ้า. ชื่อ ^มีมี้^ มาริษา  สมาแอ  
ตอนนี้ก้อศึกษาอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนนราสิกขาลัย ฮ่ะ 
-เป็นคน นราธิวาส (เด็กใต้ค่าบ)
-เวลาว่างก็จะ นอนเล่น ดูการ์ตูน(หมีพู) ฟังเพลงแร๊พๆ โอ๊ะ!ก้อแล้วแต่อารมณ์น่ะค่ะ!!

ขาดไม่ได้คือ...กิน  กิน กิน แล้วก้อกิน! --อย่าขัดใจเชียวน่ะฮ่ะเรื่องกินเนี๊ย-- 555 -ของสะสมก้อจะเป็น...(รัยว๊าา) ลูกแก้วไขลาน ฮ่ะ
- อนาคตใฝ่ฝันว่าอยากเป็น ครู เอ๊ะไม่ใช่ๆ ตำรวจหญิงค่ะ เอ๊ะเอ๋!หรือจะเป็นทหารหญิงดี>< ..--ก้อไม่รู้สิน่ะ--.. ฝันว่าอยากเรียนต่อ จุฬาฯ โอ่ว..!! เวอร์ไปน่ะ^ บางที!! ก้อ..แหม่! คนเราก้อต้องมีความฝันสักนิดใช่ป่ะ>< 55

- คติที่ถือเป็นพิเศษคือ.."ไม่มีใครลิขิตชีวิตเราได้  นอกจากตัวเราเอง"

- Facebook : Sunisa A-nanpiyaknara
- E-mail: Mimeepooh77@gmail.com

----------------------------- BY Web Blog------------------------------------------